Maxim Vengerov
นักไวโอลินชั้นนำแห่งยุคชาวรัสเซีย
เขาเกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1974 ที่เมือง Novosibirsk ในเขตปกครองไซบีเรีย
(Siberian Federal District capital) เขาเริ่มเรียนไวโอลินครั้งแรกเมื่ออายุ
5 ขวบ กับ Galina Turtschaninova ต่อมาได้เข้าศึกษาที่สถาบันการดนตรี Royal
Academy of Music in London ในแผนกเยาวชน (Junior Department) หลังจากนั้นเขามีโอกาสได้ร่ำเรียนกับ
Zakhar Bron ปรมาจารย์ด้านไวโอลิน
ซึ่งเขาชนะเลิศการแข่งขันไวโอลินในรายการ Junior Wieniawski Competition ที่โปแลนด์เมื่ออายุเพียง
10 ขวบเท่านั้น ทำให้เขามีโอกาสออกแสดงรีไซทัลที่เมืองเลนินกราดและที่กรุงมอสโคว์
(เซนต์ ปีเตอร์เบอร์ก)
หลังจากนั้นไม่นานเขาได้ออกแสดงในฐานะนักเดี่ยวไวโอลินร่วมกับวงออร์เคสตร้าที่มีชื่อเสียง
เช่น วง Royal Concertgebouw Orchestra, BBC Philharmonic, Singapore
Symphony Orchestra และวง USSR State Symphony Orchestra
ในปี 1995
อัลบั้มแผ่นเสียงของเขาที่นำบทประพันธ์ไวโอลินคอนแชร์โตของ Prokofiev และ
Shostakovich มาบันทึกเสียง ได้รับรางวัล Gramophone
Awards ในสาขา "Best Record of the
year" และ "Best Concerto
Recording" และยังถูกเสนอเข้าชิงรางวัล Grammy ถึง
2 รางวัลด้วยกัน ส่วนผลงานของเขาในปี 1997 ในชุด The Road I Travel ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาชุดหนึ่ง
โดยมีเพลงใหม่ 1 เพลง นั่นคือเพลง “Meditation" จากอุปรากรเรื่อง
Thais ที่มีชื่อเสียงของ Massenet
การแสดงที่น่าตื่นใจของเขาที่ Hollywood
Bowl เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1997
ทำให้ชื่อเสียงของเขายิ่งเป็นที่รู้จักของสาธารณชนมากขึ้น
ตามมาด้วยการแสดงร่วมกับนักดนตรีชั้นนำในเดือนกันยายน ซึ่ง Vengerov ขึ้นเวทีเพื่อเปิดฤดูกาลคอนเสิร์ทของวง
New York Philharmonic ร่วมกับวาทยกรชั้นนำ Kurt Masur และในปีเดียวกันนั้นเองที่เขาได้นำอัลบั้มบทประพันธ์ไวโอลินคอนแชร์โตของ
Prokofiev และ Shostakovich ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงออกวางจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งเขาทำงานร่วมกับวาทยกร Mstislav Rostropovich
ในปี 2000 Vengerov ออกทัวร์คอนเสิร์ทร่วมกับนักฮาร์พสิคอร์ด
Trevor Pinnock โดยที่เขาพึ่งใช้ไวโอลินบาโร้คเป็นครั้งแรก
ในขณะที่ Pinnock ก็พึ่งเรียนรู้เทคนิคการเล่นแกรนด์เปียโนสมัยใหม่ของ
Steinway คอนเสิร์ทรูปแบบใหม่ในคราวนี้ประกอบด้วย
การแสดงในครึ่งแรกเป็นการแสดงของฮาร์พสิคอร์ดกับบาโร้คไวโอลิน
ส่วนในครึ่งหลังเป็นเปียโนและไวโอลินร่วมสมัย ต่อมาเขาได้ขยายขอบเขตและประสบการณ์ด้านดนตรีของตนออกไปอีกโดยหันมาหัดเล่นวิโอล่าดูบ้าง
ปัจจุบันเขาเป็นศาสตราจารย์ด้านไวโอลินที่สถาบัน
University of Music Saarland ในประเทศเยอรมัน
และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่สถาบันการดนตรี Royal
Academy of Music in London ในช่วงปี 2005
Maxim Vengerov ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฑูตสันถวไมตรีขององค์การ
UNICEF เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 1997
เขาเป็นนักดนตรีคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่นี้ เขากล่าวว่า
"การช่วยเหลือเด็กๆเป็นสิ่งจำเป็นมาก บางทีการแบ่งปันประสบการณ์ดนตรีคลาสสิกกับเด็กๆ
เหล่านี้อาจจะเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผม...ผมรู้ว่าความสนุกสนานและความหมายของการที่เราสามารถนำดนตรีไปสู่เด็กๆ
ได้นั้น แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดก็ตาม ถ้าผมสามารถสัมผัสถึงพวกเขาได้
หรือบางทีอาจเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา ซึ่งผมจะรู้สึกภูมิใจมาก”
Vengerov เคยเดินทางมายังประเทศไทยเมื่อปี
ค.ศ. 2000 ในหมู่บ้านหนองมนทาที่ห่างไกลของประเทศไทย เด็กๆ
ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงกำลังเล่นต่อขบวนรถไฟกับ Vengerov ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ดำเนินการโดยองค์กร NGO โดยความช่วยเหลือขององค์การ
UNICEF